การเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมราคาถูก


เครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมราคา

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมกันมาบ้างแล้ว แต่ทราบถึงวิธีการซื้อเครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมราคาที่ถูก ๆ กันหรือไม่ครับ ซึ่งราคาในการใช้จ่ายเพื่อซื้อเจ้าเครื่องนี้นั้นมาก็ย่อมใช้ราคาที่ถูกเกินต้านอย่างแน่นอน วันนี้เราจะพาทุกท่านมาค้นหาถึงวิธีการเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมกันว่าจะพิจารณาจากอะไรได้บ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทางด้านความปลอดภัยทั้งต่อทรัพย์สินและชีวิตของพนักงาน เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยครับ

เครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรม

            เครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมราคาถูกนั้นเราสามารถพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้

  1. ขนาดและจำนวนของเครื่องกรองอากาศ

เครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพในการกรองที่สามารถทำงานได้หนักกว่า มากกว่า และสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับเครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมขนาดปกติทั่วไป ซึ่งขนาดจำนวนนั้นเราสามารถเปรียบเทียบเพื่อลดอย่างใดอย่างหนึ่งลงได้ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทไปได้อย่างจำนวนมาก ทั้งนี้ข้อเสียของการเลือกเครื่องดูดความชื้นขนาดเล็กแต่มีจำนวนที่เยอะกว่านั้นก็อาจจะต้องเสียค่าในการติดตั้งที่มากกว่าปกติ อีกทั้งปริมาณในการใช้ไฟของเครื่องดูดความชื้นแต่ละเครื่องนั้น แน่นอนว่าเสียและต้องการใช้ไฟมากกว่าเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ แต่มีจำนวนเครื่องดูดความชื้นที่น้อยได้อย่างเห็นได้ชัด

  • ฟังก์ชันของเครื่องดูดความชื้น

แน่นอนว่าฟังก์ชันของเครื่องดูดความชื้นอุตสาหกรรมราคาที่แพงนั้นจะต้องมีจำนวนฟังก์ชันในการทำงานที่มากกว่าเครื่องดูดความชื้นที่มีจำนวนฟังก์ชันในการทำงานที่น้อยกว่า ซึ่งฟังก์ชันต่าง ๆ นั้นอาจจะรวมถึง กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของกระบวนการผลิตที่ได้ออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้นั่นเอง บางอุตสาหกรรมนั้นก็อาจจะมีไอระเหย ความชื้นหรือฝุ่นละอองลอยปะปนอยู่ในสภาวะของอากาศภายในโรงงาน ด้วยขนาดที่เล็กมาก ๆ ที่สามารถรวมตัวกันอากาศได้ จึงทำให้อันตรายจากสิ่งปนเปื้อนนี้ทวีระดับความรุนแรงและสามารถสะสมในปอดหรือร่างกายของพนักงานได้

  • ระบบการรักษาความปลอดภัย

            หน้าที่สำคัญในการดูดความชื้นนั้นก็คือการลดปริมาณความชื้นในอากาศออก แล้วนำอากาศที่ผ่านจากการดูดความชื้นนั้นหมุนเวียนกลับเข้าไปสู่ภายในโรงงานต่อไป เพื่อให้ได้อากาศที่บริสุทธิ์และลดการปนเปื้อนและตกค้างในตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิต ซึ่งถือว่าการทำงานนี้จะต้องมีประสิทธิภาพมากที่สุดจะต้องมีอุปกรณ์หรือระบบสำรองไฟอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่โรงงานนั้นเกิดเหตุการณ์ไฟดับขึ้นมา เพื่อเป็นการกรองอากาศและสิ่งเจือปนออกในระหว่างเกิดขั้นตอนการเคลื่อนย้ายพนักงานออกไปยังเพื่อที่ที่ปลอดภัยต่อไป